สุดยอดเทคนิคการเพาะกล้าพืชผัก

การปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อไว้ใช้ในการบริโภคในครัวเรือนขั้นพื้นฐาน สามารถช่วยลดค่าครองชีพ ในการใช้จ่ายในการซื้อผักเพื่อนนำมาประกอบอาหารให้ลดลงได้ นอกจากนี้การปลูกพืชผักสวนครัวในครัวเรือน เป็นการช่วยให้ประชาชนทั่วไปมีผลผลิตไว้ใช้สอยในครัวเรือนแล้ว ยังสามารถพัฒนาไปสู่การทำเป็นอาชีพถาวรได้ หากได้ฝึกปฏิบัติจนเกิดทักษะในด้านการปลูกพืชผักสวนครัว กล่าวคือนอกจากจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่าย ยังสามารถสร้างเสริมเป็นรายได้ที่ก่อให้เกิดอาชีพได้อีกด้วย

สิ่งแรกที่มีความสำคัญในการเริ่มต้นปลูกพืชผักสวนครัว ก็คือ การเพาะต้นกล้า ซึ่งหากรู้จักวิธีการเพาะกล้าเมล็ดผักที่ถูกต้อง ก็จะช่วยให้การปลูกผักประสบความสำเร็จ กล่าวคือ การได้กล้าที่สมบูรณ์แข็งแรง จะช่วยให้เราได้ผักที่สมบูรณ์ และได้ในปริมาณจำนวนมากอีกด้วย

สำหรับเทคนิคในกรเพาะกล้าเมล็ดผัก มีขั้นตอน ดังนี้

  1. การเลือกเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพดี โดยดูที่เปอร์เซ็นต์การงอก และตรงตามพันธุ์ รวมทั้งดูวัน เดือน ปี ที่ผลิต และบรรจุหีบห่อว่ายังไม่หมดอายุในการใช้ทำพันธุ์
  2. ทราบถึงคุณลักษณะของเมล็ด ในการเลือกเมล็ดเพาะขยายพันธุ์ เช่น หากเมล็ดพันธุ์มีเปลือกแข็งมาก ให้นำมาแช่ในน้ำอุ่นก่อนจึงค่อยนำลงถาดเพาะกล้า
  3. ควรเตรียมวัสดุเพาะกล้าคุณภาพดี ในการใช้เพาะเมล็ดพันธุ์ผัก โดยอาจใช้วัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ หรือการผสมวัสดุเพาะกล้าเองก็ต้อเน้นให้มีความร่วนซุยสูง ซึ่งควรประกอบไปด้วยดินร่วน, ปุ๋ยคอกละเอียด และขี้เถ้าแกลบ ในอัตราส่วน 1:1:1 โดวัสดุทั้งหมดจะต้องมีความสะอาด
  4. เมื่อผสมวัสดุเพาะกล้าแล้ว ให้นำมากรอกลงในถาดเพาะแบบหลุม หรือตระกล้าพลาสติก หรือกะละมังเจาะรูระบายน้ำ โดยใส่ปริมาณ 2 ใน 3 ของความสูงภาชนะ
  5. ทำหลุมเล็ก ๆ โยใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มให้เป็นรูลึกไม่เกิน 0.5 – 1 เซนติเมตร หรือใช้ไม้ขีดให้เป็นร่องยาวและเว้นระยะห่างระหว่างแถว 3 เซนติเมตร
  6. โหยอดเมล็ดพันธุ์ลงไป ถ้าเป็นหลุมปลูกควรหยอด 2 – 3 เมล็ด ต่อหลุม แต่หากปลูกเป็นแถว ควรโรยบาง ๆ และใช้วัสดุ หรือดินที่ผสมแล้วกลบทับ
  7. หว่านปูนขาวทับบาง ๆ เพื่อป้องกันมดหรือแมลง
  8. ควรวางภาชนะเพาะกล้าไว้ในที่ร่มรำไร และรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น ทุกวัน
  9. ประมาณ 7 – 10 วัน เมล็ดพันธุ์จะทยอยงอกขึ้นมา
  10. เมื่อเมล็ดเริ่มมีใบจริง ควรนำภาชนะเพาะกล้าไปวางให้ได้รับแสงสว่างในช่วงครึ่งวันเช้า เพื่อให้กล้าพืชผัก เริ่มปรับตัวแข็งแรงขึ้น
  11. เมื่อกล้าผักตระกูลแตงมี อายุ 7 – 10 วัน หรือพวกกล้าผักคะน้า กว้างตุ้ง อายุ 10 – 15 วัน ให้ทยอยนำปลูกลงแปลงจริง แต่พวกพืชผักประเภทลงหัว เช่น ผักกาด แครอท ไม่ควรย้ายปลูก
  12. กล้าผักย้ายปลูกลงแปลงช่วงสัปดาห์แรก ควรทำหมวกกระดาษเพื่อช่วยพรางความเข้มของแสง เป็นเวลาช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นเมื่อกล้าโตแข็งแรงดีแล้วจึงถอดออก เพื่อให้ต้นกล้าสามารถเจริญเติบโต และสังเคราะห์แสงได้ตามปกติ

จะเห็นได้ว่าการปลูกพืชผักก็มีขั้นตอนที่จะต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงการเพาะกล้า ที่จะต้องดูแลอย่างดีเป็นพิเศษ หากเราดูแลเอาใจใส่อย่างดี เราก็จะได้มีพืชผักที่สมบูรณ์ และคุณภาพดีไว้ทำอาหารกินในครัวเรือน นอกจากจะช่วยประหยัดแล้ว ก็ยังเป็นผักปลอดสารพิษที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย